Was Obama Born in the US? (Birther Issue)

posted on 01 May 2011 17:56 by chadiouschamp in talk-america
 
คำถามที่ว่า ประธานาธิบดีโอบามาเกิดในรัฐฮาวาย (หรือถ้าพูดให้ชัดคือ สหรัฐอเมริกา) จริงหรือเปล่า? นั้นเป็นคำถามยอดฮิตและเป็นประเด็นสำคัญทางการเมืองในสหรัฐอเมริกาตอนนี้ ผมเองก็ได้ติดตามข่าวสารเรื่องนี้มาพอสมควร ก็เลยจะมาเขียนให้ทุกๆ คนได้ทราบและเข้าใจถึงความเป็นมา เบื้องลึกเบื้องหลังของคำถามนี้และคำตอบที่สามารถพิสูจน์ได้หรือไม่ได้ แล้วแต่จะใช้วิจารณญาณและความคิดของตนเองนะครับ
 
          
 
เหตุการณ์ต่างๆ นานาที่จะได้เล่าถึง ได้ทำให้เกิดศัพท์ใหม่ทางการเมืองของลุงแซมนั่นคือคำว่า "birther" ซึ่งแปลว่า ผู้ที่เชื่อในทฤษฎีที่ว่าปธน.โอบามาไม่ได้เกิดในสหรัฐอเมริกา สื่อต่างๆ ของเมกาจึงเรียกประเด็นเรื่องนี้อย่างง่ายๆ ว่า "birther issue" ...
 
 
ที่จริงทฤษฎีนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะมีคนเคยสงสัยสัญชาติของปธน.โอบามา สมัยยังเป็นส.ว.รัฐอิลลินอยส์และลงแข่งปธน.ในปี 2008 แต่เรื่องนี้ก็ได้ซาลงไป เพราะช่วงนั้นกระแสโอบามามาแรงมาก ส่วนสาเหตุที่มีทฤษฎีนี้ขึ้นมาก็เพราะว่า ประวัติวัยเด็กของปธน.โอบามานั้น แทบจะไม่ได้อยู่ในดินแดนลุงแซมเลย ... มีพ่อเป็นคนเคนยา ภายหลังจากที่พ่อแม่อย่ากัน แม่ก็พาเขาไปอาศัยที่อินโดนีเซีย ฯลฯ หลายคนมองว่าการตั้งทฤษฎีนี้เป็นการเหยียดผิวอย่างชัดเจน เพราะเป็นการตั้งแง่กับคนผิวสีโดยเฉพาะ และไม่เคยปรากฎเหตุการณ์อย่างนี้มาก่อนเมื่อปธน.ลุงแซมเป็นคนผิวขาว
 
        
นายโดนัลด์ ทรัมพ์

แต่ที่เรื่องนี้พลุแตก โด่งดังและเป็นที่วิพากย์วิจารณ์กันทั่วประเทศ นั่นคือหลังจากนายโดนัลด์ ทรัมพ์ (Donald Trump) เศรษฐี นักธุรกิจชื่อดัง เจ้าของรายการ The Apprentice ได้แสดงความสนใจที่จะลงสมัครเป็นประธานาธิบดีในปี 2012 สังกัดพรรครีพับรีกัน เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา พร้อมทั้งแสดงความสงสัยในสัญชาติปธน.คนปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นคำกล่าวว่า ผู้ที่สงสัยในเรื่องนี้ไม่ควรจะถูกมองว่าโง่, เขาเติบโตมาโดยไม่มีใครรู้จักเขา, ผมอยากให้เขาแสดงสูติบัตรออกมา, มันจะต้องมีสิ่งที่เขาไม่ชอบบนสูติบัตรอย่างแน่นอน! และจะไม่ปล่อยเรื่องนี้อย่างแน่นอนจนกว่าจะรู้ความจริง! ...
 
   
กลุ่มผู้ชุมนุมที ปาร์ตี้ (ซ้าย),, สส.มิเชล บัคแมนน์ (ขวา)
 
ด้วยความที่สื่อให้ความสนใจกับโดนัลด์ ทรัมพ์เป็นอย่างมาก ทำให้ทั้งสื่อผู้ประโคมข่าวและผู้รับสื่อทางบ้านต่างแชร์มุมมองเดียวกันคือ สงสัยในสัญชาติของปธน.ผู้นี้! ทั้งยังได้รับแรงผลักดันและการตอบรับอย่างดีจากนักการเมืองโดยเฉพาะกลุ่ม Tea Party (กลุ่มการเมืองขวาจัดของอเมริกา ที่สมาชิกส่วนมากเป็นรีพับรีกัน ที่มีความคิดสุดโต่งไปทางอนุรักษนิยม) โดยมีผู้นำกลุ่มอย่างสส.มิเชล บัคแมนน์ (Michele Bachmann) เป็นคนเติมเชื้อเพลิง ...
 
หลายคนอาจคิดว่า อ่าว แล้วทำไมปธน.ผิวสีผู้นี้ไม่ยอมแสดงสูติบัตรของตนเองออกมาสักที จะได้สยบข่าวลือให้สิ้นซาก! แต่ความจริง ปธน.โอบามาได้แสดงสูติบัตร (Certification of Live Birth) อย่างเป็นทางการออกมาให้สื่อแล้วตั้งแต่หาเสียงเลือกตั้งปี 2008 ซึ่งก็มีหน้าตาแบบนี้! (ดูที่นี่)
 
 
แต่มันก็ซับซ้อนไปมากกว่านั้นคือ ปธน.โอบามานั้นเกิดในรัฐฮาวาย (Hawaii) และตามกฎหมายรัฐฮาวาย สูติบัตรจะมีสองประเภทคือ
 
1. สูติบัตรแบบยาว / โดยโรงพยาบาล (long-form / hospital-generated) ซึ่งก็เหมือนสูติบัตรบ้านเรานี่แหละ ที่มีรายละเอียดเยอะๆ เอกสารประเภทนี้ถูกเก็บไว้ในอาคารรัฐการ เมืองคิเนา เฮล (Kinau Hale) ภายใต้กระทรวงสาธารณสุข (State Department of Health) ผู้ที่สามารถจะร้องขอเอกสารนี้ได้ต้องเป็นเจ้าตัว ครอบครัว หรือผู้ที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งเท่านั้น นอกจากที่กล่าวมาแล้ว ไม่มีใครสามารถขอหรือเผยแพร่ได้
 
2. สูติบัตรแบบสั้น / โดยคอมพิวเตอร์ (short-form / computer-generated) ซึ่งก็คือแบบที่เห็นด้านบนนี้ เป็นแบบฟอร์มที่มาจากไฟล์คอมพิวเตอร์ ไม่มีรายละเอียดเท่าไหร่นัก แต่ก็เป็นเอกสารรัฐการที่ใช้ได้ทั่วไป กฎหมายรองรับ และเป็นเอกสารที่ทางการออกให้เพื่อไปใช้ในกิจต่างๆ อีกด้วย
 
แต่ประเด็นคือ รัฐอื่นๆ ในสหรัฐอเมริกาไม่ได้มีกฎหมายประเภทนี้เหมือนฮาวาย! ทำให้ทุกคนมองว่า ปธน.โอบามามีเจตนาปิดบังความจริง! เพราะถ้าไม่งั้นก็คงจะเปิดเผยสูติบัตรแบบละเอียดแบบแรก เหมือนรัฐอื่นๆ และคนอื่นๆ เขาทำกันไปนานแล้ว ...
 
   
ผู้ว่าการรัฐฮาวาย นีล แอเบอร์ครอมบี
 
ทางสำนักข่าว CNN ผู้ซึ่งมีใจเอนเอียงไปทางพรรคเดโมแครต (ต่างจากสำนักข่าว Fox ที่เอนเอียงไปทางรีพับลีกัน) ได้ไปสอบถามและสัมภาษณ์ผู้คนต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นนายนีล แอเบอร์ครอมบี (Neil Abercrombie) ผู้ว่าการรัฐฮาวายจากพรรคเดโมแครตวัย 72 ปี ที่อ้างว่า เขาเห็นปธน.โอบามาในวัยแบเบาะมาแล้ว! เขาอ้างว่าเขาเป็นเพื่อนของบารัค โอบามา ซีเนียร์ (Barack Obama, Sr.) และแอนน์ ดันแฮม (Ann Dunham) พ่อแม่ของปธน.โอบามา เขาได้กล่าวว่า
 
"His mom and dad went to school with me here, and with other folks here in Hawaii. And of course, we have no idea at the time that future President of the United States was that little boy, little baby ..."
 
"แม่และพ่อของเขาอยู่โรงเรียนเดียวกันกับผมและคนอื่นๆ ในฮาวาย และแน่นอนเราไม่รู้เลยว่าประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาในอนาคตคือเด็กชายคนนั้น ทารกคนนั้น ..."
 
พร้อมทั้งทิ้งท้ายวอนให้ประชาชนทุกคนเคารพเคารพพ่อแม่ของปธน.โอบามาผู้ล่วงลับไปแล้วและเคารพกฎหมายฮาวายด้วย เพราะทั้งนี้ทั้งนั้น แม้แต่ผู้ว่าการรัฐอย่างเขายังไม่สามารถสั่งการให้เผยแพร่สูติบัตรแบบยาวออกแก่สื่อได้เลย
 
      
แอลิส ดูวีย์ (ซ้าย),, มอนิก้า แดเนียลสัน (ขวา)
 
นางแอลิส ดูวีย์ (Alice Dewey) อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยฮาวาย ผู้เคยเป็นที่ปรึกษาของแอนน์ ดันแฮม แม่ของปธน.โอบามา ก็เป็นพยานว่าเคยเห็นเด็กน้อยโอบามามาแล้ว! ส่วนนางมอนิก้า แดเนียลสัน (Monika Danielson) ผู้ที่มีลูกชายเกิดหลังจากปธน.โอบามาเพียงวันเดียวก็ได้กล่าวว่า เขาเคยเห็นปธน.โอบามาในวัยแบเบาะหลังคลอดมาแล้ว เพราะสมัยนั้นคนผิวสีในฮาวายมีจำนวนน้อยมาก (1% ของประชากรฮาวายทั้งหมด) และเด็กน้อยโอบามาก็เป็นหนึ่งในนั้นที่นอนอยู่บนเตียงข้างลูกชายที่เพิ่งเกิดของเธอ เธอจำได้! ส่วนพนักงานรัฐการที่ดูแลแผนกนี้ก็ได้ออกมาบอกว่า เห็นสูติบัตรใบจริงๆ ของปธน.มาแล้ว และยืนยันว่าเป็นของจริง ไม่อิงนิยาย!
 
ปธน.โอบามาในวัยแบเบาะ
 
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อปี 1961 หนังสือพิมพ์โฮโนลูลู แอดเวอร์ไทเซอร์ (Honolulu Advertiser) และสตาร์ บุลเลททิน (Star Bulletin) ต่างลงรายนามผู้ที่เกิดในเดือนนั้นขณะนั้น ซึ่งก็มีหลักฐานชี้ชัดว่า มิสเตอร์แอนด์มิสซิสโอบามาได้ให้กำเนิดลูกชายด้วย (ดูได้ที่นี่ 1 - 2) แต่ก็มีผู้เห็นแย้งว่าครอบครัวโอบามาอาจจะโทรศัพท์ให้ข่าวแก่หนังสือพิมพ์ให้ลงประกาศก็เป็นได้ ... แต่ทางพนักงานหนังสือพิมพ์ก็ได้แย้งว่าเขาจะลงประกาศก็ต่อเมื่อได้รับเอกสารจากทางกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งได้รับข้อมูลมาจากโรงพยาบาลท้องถิ่นอีกทอดหนึ่งต่างหาก
 
แต่กระนั้นกระแสความสงสัย ต่อต้านปธน.มีมากขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นประเด็นหลักของสังคมไป ปธน.โอบามาเองก็ไม่คาดคิดว่าเหตุการณ์จะบานปลายไปเช่นนี้ แม้เขาจะออกมายืนยันถึงสัญชาติเขาแล้ว แต่เขาเองก็ไม่ได้ออกมาให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เท่าใดนัก ทั้งยังไม่แสดงทีท่าที่จะเปิดเผยสูติบัตรฉบับจริง (แบบยาว) ให้ชาวมะกันได้รับรู้ เพราะเชื่อว่าเรื่องนี้ก็คงซาลงไป แต่การณ์กลับเป็นในทางตรงกันข้าม คนอเมริกันส่วนนึงกลับมองว่าเป็นการปัดสวะ ปฏิเสธและปิดบังความจริง จนกลายเป็นเรื่องใหญ่โตไปแทน
 
จนกระทั่งปธน.โอบามาหมดความอดทนและคิดว่าจำเป็นจะต้องสยบข่าวลือ ทางทำเนียบขาวจึงจัดแถลงข่าวพร้อมทั้งแจกสำเนาสูติบัตรฉบับจริง (ฉบับยาว) ให้แก่ทางสื่อมวลชน ... (ดูได้ที่นี่)
 
 
หลังจากเผยแพร่สำเนาสูติบัตรฉบับจริงออกไปแล้ว ปธน.โอบามาก็ได้กล่าวสั้นๆ เตือนใจว่า ...
 
"I know that there's gonna be a segment of people, for which no matter what we put up, this issue will not be put to rest. But I'm speaking to the vast majority of the American people, as well as to the press. We do not have time for this kind of silliness. We got better stuff to do, I got better stuff to do. We've got bigger problems to solve and I'm confident we can solve them but we're gonna have to focus on them, not on this"
 
"ผมทราบดีว่าจะต้องมีคนบางกลุ่มที่จะไม่ยอมวางมือ ไม่ว่าเราจะแสดงอะไรให้เห็นก็ตาม แต่ผมจะพูดกับคนส่วนมากของชาวอเมริกัน รวมทั้งสื่อมวลชน พวกเราไม่มีเวลาสำหรับเรื่องไร้สาระแบบนี้ พวกเรามีสิ่งที่จำเป็นจำต้องทำ ผมก็มีสิ่งที่จำเป็นจะต้องทำ พวกเรามีปัญหาใหญ่กว่าที่จะต้องแก้ไขและผมมั่นใจว่าพวกเราสามารถแก้ไขปัญหาเหล่านั้นได้ แต่พวกเราต้องตั้งใจกับมัน ไม่ใช่เรื่องนี้"
 
ส่วนโดนัลด์ ทรัมพ์ ตัวตั้งตัวตีในเรื่องนี้ก็ได้ออกมาแถลงอย่างภาคภูมิใจว่า ...
 
"Today I'm very proud of myself because I've accomplished something that nobody else has been able to accomplish. I was just informed, while on the helicopter, that our President has finally released a birth certificate. I'd wanna look at it but I hope it's true so that we can get on to much more important matters. So the press can stop asking me questions. He should have done it a long time ago ..."
 
"วันนี้ผมภูมิใจในตัวผมมากเพราะผมได้บรรลุในสิ่งที่คนอื่นๆ ไม่สามารถทำได้ ผมเพิ่งได้รับรายงานขณะที่ผมอยู่บนเฮลิคอปเตอร์ว่าประธานาธิบดีของเราได้เผยแพร่สูติบัตรออกมาแล้ว ผมอยากดูมันและหวังว่าจะเป็นของจริง เราจะได้ไปทำสิ่งที่สำคัญกว่า และสื่อก็จะได้หยุดถามคำถามผม เขาน่าจะทำอย่างงี้ตั้งแต่แรก! ..."
 
กลายเป็นโดนัลด์ ทรัมพ์โทษสื่อและบอกว่าปธน.โอบามาควรจะเผยแพร่สูติบัตรฉบับจริงตั้งแต่แรก ... ความจริงเราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าสื่อเล่นข่าว โดยใช้ทรัมพ์เป็นเครื่องมือหรือทรัมพ์เป็นคนจุดไฟและเติมเชื้อเพลิงเข้าไปเอง แล้วมาโทษสื่อให้หยุดถามคำถามเสียที ส่วนประโยคหลังดูเหมือนจะไม่ค่อยสมเหตุสมผลเท่าไรนัก นึกง่ายๆ ว่า ตัวเองโดนกล่าวหาว่าไม่ได้เกิดในเมกา ทั้งๆ ที่ตัวเองบริสุทธิ์ใจ ... แต่กลับมาโดนว่าๆ น่าจะปล่อยสูติบัตรตัวจริงออกมาแต่แรกจะได้สิ้นเรื่อง ...
 
น่าคิดเหมือนกันนะ ... ก็หวังว่าเรื่องนี้คงจะจบลงสักที น่าสงสารปธน.โอบามาเหมือนกัน ที่โดนพิษการเมืองของกลุ่มขวาจัด และนักการเมือง/นักธุรกิจแฝงด้วยเล่ห์กลมากมายอย่างโดนัลด์ ทรัมพ์ ;)

Comment

Comment:

Tweet

รูปสวยจังครับ

#10 By แก้วเซรามิค (115.87.139.12) on 2011-11-02 19:40

cool blog

#11 By graphic (115.87.139.12) on 2011-11-02 19:40

haha,so he's genuinely american :) open-mounthed smile

#9 By WATT (223.205.83.50) on 2011-10-11 23:36

ทักทายจร้าๆ ^^

#8 By ขาย server (58.9.66.220) on 2011-08-28 17:34

ว้าวๆน่ารักๆ ขอบใจจ้า

#7 By ขาย server (58.9.66.220) on 2011-08-27 21:00